วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Arsenal

          ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ติดตามบอลอังกฤษ คุณต้องเคยได้ยินชื่อของสโมสรแห่งนี้นั่นคือสโมรสรอาเซนอล อาเซนอลเป็นสโมสรที่มีเกียรติประวัติมากมาย และเป็นเพียงทีมเดียวในเกาะอังกฤษที่สามารถคว้าแชมป์โดยไม่แพ้ทีมใดเลย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสโมสรแห่งนี้ 
Arsenal




ประวัติเบื้องต้นทีมสโมสรฟุตบอล อาร์เซนอล Arsenal

สโมสร ฟุตบอลอาร์เซนอล Arsenal Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่เล่นในพรีเมียร์ลีก จากฮอลโลเวย์ ในลอนดอน เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษ ครองแชมป์ดิวิชัน 1 13 ครั้งและเอฟเอคัพ 10 สมัย อาร์เซนอลถือสถิติร่วม โดยอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษยาวนานที่สุดโดยไม่ตกชั้น และติดอยู่อันดับ 1 ของผลรวมอันดับในลีก ของทั้งศตวรรษที่ 20 และเป็นทีมที่ 2 ที่จบการแข่งขันฤดูกาลในลีกสูงสุดของอังกฤษโดยไม่แพ้ทีมไหน (ในฤดูกาล 2003–04) เป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใครทั้ง 38 นัด
ประวัติในอดีตของสโมสรฟุตบอล อาร์เซนอล Arsenal

อาร์เซนอลก่อตั้งในปี ค.ศ. 1886 ที่วูลิช และในปี ค.ศ. 1893 เป็นสโมสรแรกจากลอนดอนใต้ที่ร่วมในฟุตบอลลีก ต่อมาในปี ค.ศ. 1913 สโมสรได้ย้ายมายังลอนดอนเหนือ ย้ายสนามมายังอาร์เซนอลสเตเดียมในไฮบรี ในคริสต์ทศวรรษ 1930 สโมสรครองแชมป์ลีกแชมเปียนชิป 5 สมัยและเอฟเอคัพ 2 สมัย และในยุคหลังสงครามชนะในลีกและเอฟเอคัพทั้งสองถ้วยในฤดูกาล 1970–71 และในคริสต์ทศวรรษ 1990 และคริสต์ทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ครองสองถ้วยในฤดูกาลเดียว 2 ครั้ง และสามารถเข้าสู่รอบตัดสินในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี ค.ศ. 2006 อาร์เซนอลมีทีมคู่ปรับร่วมเมืองในนอร์ทลอนดอน คือทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่เรียกการแข่งขันว่า นอร์ทลอนดอนดาร์บี อาร์เซนอลเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 4 ของโลก ในปี ค.ศ. 2012 โดยมีมูลค่า 1.3 พันล้านเหรียญดอลลาร์

ประวัติการได้แชมป์ ของทีม อาร์เซนอล Arsenal

European Cup Winners Cup

แชมป์ : 1993–94

Inter-Cities Fairs Cup

แชมป์ :1969–70

FA Cup

แชมป์ : 1930, 1936, 1950, 1971, 1979, 1993, 1998, 2002, 2003, 2005, 2014

Football League Cup

แชมป์ : 1987, 1993

FA Charity Shield

แชมป์ : 1930, 1931, 1933, 1934, 1938, 1948, 1953, 1991 (shared), 1998, 1999, 2002, 2004

Premier League :

แชมป์ 1930–31, 1932–33, 1933–34, 1934–35, 1937–38, 1947–48, 1952–53, 1970–71, 1988–89, 1990–91, 1997–98, 2001–02, 2003–04

10ที่สุดของสโมสรอาเซนอล

"ราชันเบอร์ 23" 

เป็นการรวม 10 อันดับที่สุดของที่สุดของอาร์เซนอลเอาไว้ให้เแฟน "เดอะ กันเนอร์ส" ได้รำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ทั้งดีและไม่ดี ส่วนแฟนบอลทีมอื่นก็อ่านได้เป็นการประดับความรู้ไปในตัว งานนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์อยู่แล้วครับ..ท่าน!! 

อันดับ 10 การเข้ามาของเวนเกอร์ 

อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสเข้ามาคุมทีม"ปืนใหญ่" ในช่วงปี 1996 จากการแนะนำของ เดวิด ดีน รองประธานสโมสรอาร์เซนอลซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเวนเกอร์ ตอนนั้นเวนเกอร์คุมทีม แกรมปัส เอจ ทีมดังในเจลีกอยู่ หากย้อนไปก่อนหน้านั้น กุนซือชาวฝรั่งเศสเคยคุมทีมโมนาโก ทีมดังในลีกเอิงอยู่ 7 ปี และสามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ หลังจากถูกผูกขาดจากมาร์เซย์ ต่อมาเวนเกอร์เข้ามาคุมอาร์เซนอลเขาได้ปฏิวัติหลายสิ่งหลายอย่างในไฮบิวรี่ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นสร้างนักเตะเยาวชน ไม่เน้นซื้อนักเตะราคาแพง หวังผลในระยะยาว รวมถึงการเปลี่ยนแท็กติกการเล่นที่เน้นการเล่นเป็นระบบและมีทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม และเน้นนักเตะให้เล่นบอลแบบแฟร์เพลย์ ไม่นิยมให้นักเตะโดนใบแดง 

อันดับ 9 สถิติของไรต์ 

เอียน ไรต์ อดีตดาวยิงระดับตำนานของ "ปืนโต"อาร์เซนอล เคยออกมายอมรับสุดเสียดายที่ไม่ได้เล่นคู่กับ เธียร์รี่ อองรี ในถิ่นไฮบิวรี่ หลังจากเพิ่งถูกหัวหอกรุ่นน้องทุบสถิติตลอดกาล 185 ประตูลงได้ เอียน ไรต์ จัดได้ว่าเป็นนักเตะระดับตำนานของอาร์เซนอล ยิงไป 185 ประตูในทุกรายการ ซัดแฮต ทริก ในเกมที่เอาชนะโบลตั้น ที่ไฮบิวรี่ วันที่ 13 ก.ย. 1997 ไรต์เคยค้าแข้งอยู่กับ "ปราสาทเรือนแก้ว"คริสตัล พาเลซ มาก่อน แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยเล่นอยู่กับทีมกรีนวิช โบโร่ ทีมนอกลีก ไรต์ติดทีมชาติอังกฤษ 33 ครั้ง 

อันดับ 8 กัปตันกระดูกเหล็ก โทนี่ อดัมส์ 

โทนี่ อดัมส์ ปราการหลังสุดแกร่งของเดอะ กันเนอร์ส เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ โดดเด่นในลูกกลางอากาศและอ่านทางบอลได้ดี เป็นผู้ซัดประตูที่สี่ให้อาร์เซนอลชนะเอฟเวอร์ตั้น ในเดือนพ.ค.ปี 1998 ทำให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพมาครอง หลังจากการเข้ามาคุมทีมของเวนเกอร์ 

อันดับ 7 เดอะโครินเธี่ยน สปิริต 

เป็นเกมเอฟเอ คัพ รอบ 5 ระหว่างอาร์เซนอลกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สนามไฮบิวรี่ ปี 1999 ตอนนั้นสกอร์เสมอกัน 1-1 ประตู ผู้เล่นเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เตะบอลออกข้าง เนื่องจากว่ามีผู้เล่นบาดเจ็บ อาร์เซนอลเป็นฝ่ายทุ่มคืน แต่ดันส่งไปให้เอ็นวานโก้ คานู เลี้ยงบอลไปถึงฝั่งเชฟฟิลด์ฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเปิดบอลไปให้มาร์ก โอเวอร์มาร์ส ซัดประตูเข้าไป กรรมการเป่าให้เป็นลูกได้ประตู เล่นเอาผู้เล่น "ดาบคู่" ถึงกับเซ็งสุดๆ ทว่าอาร์เซน เวนเกอร์ แสดงสปิริตให้มีการแข่งใหม่ ซึ่งต้องนับถือสปิริตที่ยอดเยี่ยมของเวนเกอร์ และเอฟเอก็ให้มีการแข่งใหม่ แต่สุดท้ายอาร์เซนอลก็ชนะด้วยสกอร์เดิม 2-1 

อันดับ 6 อองรีนำพาสิ่งที่ดีสู่ชีวิต 

อาร์เซน เวนเกอร์ เป็นคนนำ เธียร์รี่ อองรี ย้ายจาก "ม้าลาย"ยูเวนตุส มาเล่นในถิ่นไฮบิวรี่ ซึ่งสมัยเล่นกับ ยูเว่อองรีไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าไหร่ แต่พอมาอยู่ในสีเสื้อของอาร์เซนอล กลับโชว์ฟอร์มได้เป็นพระเอก ทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสรอาร์เซนอลที่มีนักเตะระดับตำนานอย่าง เอียน ไรต์ ทำไว้ได้ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ในลา ลีกา สเปน เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา 

อันดับ 5 สถิติไร้พ่าย 

ฤดูกาล 2003-04 "ปืนใหญ่"อาร์เซนอล ไม่พ่ายแพ้ทีมใดใน 49 นัด และคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพมาครอบครองอย่างสง่างาม ทว่าต้องเสียสถิตินี้ หลังจากเปิดฤดูกาลใหม่ได้ไม่นาน "ผีแดง"แมนฯยู เป็นฝ่ายยัดเยียดความปราชัยให้อาร์เซนอล 2-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 

อันดับ 4 เกมที่น่าจดจำที่ซานซิโร่ 

"งูใหญ่"อินเตอร์ฯ บุกไปชนะอาร์เซนอลถึงถิ่นไฮบิวรี่ 3-0 ในเกมฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เกจิทุกสำนักต่างฟันธงว่าอาร์เซนอลน่าจะจอดป้ายแค่รอบนี้ แต่พลพรรค "เดอะ กันเนอร์ส" ก็ทำสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในเดือนพ.ย.ปี 2003 ที่สนามซานซิโร่ สเตเดี้ยม แม้ในเกมนั้นจะไม่มี พาทริก วิเอร่า กับ เดนิส เบิร์กแคมป์ แต่พวกเขาก็จัดการถลกหนังงู ถึง 5-1 ประตู ผ่านเข้ารอบต่อไปชนิดหักปากกาเซียน 

อันดับ 3 เอฟเอ คัพ 2005 ที่ได้มาอย่างมีโชค 

แมนฯยูเป็นทีมเดียวที่เอาชนะอาร์เซนอลได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ทว่าเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 2005 แมนฯยูต้องเศร้า เมื่อเป็นฝ่ายบุกหนักและน่าจะได้ประตูหลายครั้งหลายครา ทว่าก็ไม่สามารถพาลูกผ่านมือเยนส์ เลห์มันน์ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันที่โชว์ฟอร์มเซฟได้ แม้กระทั่งช่วงยิงจุดโทษ เลห์มันน์ เซฟลูกจุดโทษของพอล สโคลส์ และเป็นพาทริก วิเอร่า ที่ยิงลูกโทษให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2005 มาครองชนิดที่ เธียร์รี่ อองรี ออกมาสัมภาษณ์แบบลูกผู้ชายว่าเป็นแชมป์ที่ไม่น่าภาคภูมิใจ 

อันดับ 2 นัดชิงชปล.ที่ปารีส 

เป็นครั้งแรกที่ "ปืนใหญ่"อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2006 พบกับบาร์เซโลน่า และอาร์เซนอลก็ต้องโชคร้ายเมื่อเกมผ่านไปแค่ 12 นาที เมื่อเยนส์ เลห์มันน์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามทำให้ต้องเปลี่ยนเอามานูเอล อัลมูเนีย ลงมาแทน แต่ว่าโซล แคมพ์เบลล์ ก็อุตส่าห์โหม่งประตูให้ทีมขึ้นนำก่อนที่จะโดนยำใหญ่อยู่ข้างเดียวและก็แพ้ไปในที่สุด 1-2 ได้เพียงแค่รองแชมป์ชปล.เท่านั้น 

อันดับ 1 บ๊าย บาย ไฮบิวรี่ 

แฟนบอลเดอะ กันเนอร์ส ร่วมกันไปชมเกม อำลาสนามไฮบิวรี่แน่นขนัดความจุของที่นั่ง วันที่ 7 พ.ค. 2006 เกมที่ต้อนรับการมาเยือนของ "เดอะ ลาติกส์"วีแกน "ปืนใหญ่" ต้องชนะให้ได้สถานเดียวหากต้องการรักษาสถานภาพในการไปเล่นถ้วยยุโรป แฟนบอล "เดอะ กันเนอร์ส" ลุ้นกันอย่างใจหายใจคว่ำเมื่อโรแบร์ ปิแรส ยิงให้อาร์เซนอลขึ้นนำ ก่อนที่จะโดนวีแกนยิงแซง 2 ประตูรวด แต่ว่าเธียร์รี่ อองรี ก็ซัดแฮตทริกให้ทีมพ ลิกกลับมาชนะ 4-2 รักษาโควตาอันดับ 4 สำเร็จ

เอมิเรตส์สเตเดียม Emirates Stadium สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล

เอมิเรตส์สเตเดียม (Emirates Stadium) หรือ สนามกีฬาเอมิเรตส์ คือ สนามฟุตบอลที่มีที่ตั้งอยู่ที่แอชเบอร์ตันโกรฟในฮอลโลเวย์ (Holloway) ลอนดอนเหนือ และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ตั้งแต่เปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2006 สนามแห่งนี้อัฒจรรย์จะเป็นเก้าอี้ทั้งหมด 60,355 ที่นั่ง[2] ซึ่งนับว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกตามหลังเพียงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด และเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในลอนดอนรองจากสนามเวมบลีย์และสนามทวิกเคนแฮม ในช่วงวางแผนและกำลังก่อสร้างอยู่นั้น เดิมสนามนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ แอชเบอร์ตันโกรฟ ก่อนที่จะมีการใช้ชื่อตามข้อตกลงของสายการบินเอมิเรตส์ ผู้สนับสนุนการก่อสร้างสนามนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2004 มูลค่าการก่อสร้างสนามอยู่ที่ 430 ล้านปอนด์

ตำนานนักเตะของอาเซนอล




ตำนาน เจ้าห้อย ติตี้ เธียร์รี อองรี (Thierry Daniel Henry) ตำนานนักเตะปืนใหญ่ อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเกาะอังกฤษ และบาร์เซโลน่า ด้วยความเร็วและทักษะในการยิงประตูที่เหนือชั้นของเขา จึงถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของฝรั่งเศส และดีที่สุดคนนึงของโลก เขาเป็นกองหน้าในช่วงยุคที่อาร์เซน่อลรุ่งเรืองมากที่มีโคชจอมปั้นชาวฝรั่งเศสอย่าง อาแซง เวนเกอร์ คุมทีมอยู่ด้วย เป็นนักฟุตบอลที่มีความเร็วมาก มีความคล่องตัวสูง กระชากบอลด้วยการใช้ความเร็ว ครองบอลได้ดีมาก แย่งบอลได้ยาก จนหลายครั้งเมื่อตอนที่ทีมนำในช่วงท้ายเกมส์เขามักจะครองบอลอยู่แถวริมธงเพื่อถ่วงเวลาใว้ และทีเด็ดอยู่ที่การยิงประตูที่เหนือชั้น ที่ไม่ได้ยิงบอลด้วยความเร็วแต่ยิงเน้นทิศทาง มีลีลาท่าดีใจมากมายเมื่อตอนทำประตูได้ หากใครเป็นแฟนบอลของปืนใหญ่อาร์เซน่อลต้องรู้จักเขาคนนี้อย่างแน่นอน เธียร์รี อองรี

   เธียร์รี อองรี เริ่มจากการค้าแข้งกับสโมสร โมนาโก และย้ายมายัง ยูเวนตุส ในปี 1999 ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าทีควร เพียงแค่ปีเดียวก็ได้ย้ายมายังถิ่น อาร์เซน่อล และประสบความสำเร็จสูงสุดกับปืนใหญ์อาร์เซน่อล เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนบอลอาร์เซน่อลเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับ บาร์ซ่า ในปี 2007 ย้ายไปอยู่กับ นิวยอร์ก เรดบูลส์ ในปี 2010 และแขวนสตั๊ดในปี 2014 ด้านทีมชาติเขาได้พาทีมคว้าแชมป์โลกในปี 1998 และยูโร 2000 พร้อมกับคว้าอันดับ 2 ในการแข่งขันบอลโลกในปี 2006

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ชื่อ : เธียร์รี อองรี
ชื่ออังกฤษ : Thierry Daniel Henry
สถานที่เกิด : เลส อูลิส, เอสซองเน่, ฝรั่งเศส
เกิดวันที่ : 17 สิงหาคม 1977
ส่วนสูง : 188
ตำแหน่ง : กองหน้า
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
เคยค้าแข้งที่ : สโมสร เซโอ เลส ซูว์ลิส – 1983–1989 (เยาวขน)
สโมสร ยูแอ็ส ปาแลโซ – 1989–1990 (เยาวขน)
สโมสร วีรี-ชาตียง – 1990–1992 (เยาวขน)
สโมสร แกร์ฟงแตน – 1992 (เยาวขน)
สโมสร โมนาโก – 1992–1994 (เยาวขน), 1994–1999
สโมสร ยูเวนตุส – 1999
สโมสร อาร์เซน่อล – 1999–2007
สโมสร บาร์เซโลน่า – 2007–2010
สโมสร นิวยอร์ก เรดบูลส์ – 2010–2014
เคยถูกยึมตัวไปอยู่กับ : สโมสร อาร์เซน่อล – 2012

ได้รับรางวัลและเกียรติยศ (บางส่วน)

ได้รับรางวัล อ็องซ์ดอร์ ในปี : 2003, 2006
ได้รับรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฝรั่งเศส ในปี : 2000, 2003, 2004, 2005, 2006

โมนาโก
แชมป์ลีกเอิง : 1996-1997
แชมป์ Trophée des Champions : 1997

อาร์เซน่อล
แชมป์พรีเมียร์ลีก : 2001–02, 2003–04
แชมป์เอฟเอ คัพ : 2001–02, 2002–03, 2004–05
แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : 2002, 2004

บาร์เซโลนา
แชมป์ลาลีกา : 2008–09, 2009–10
แชมป์โคปปา เดล เรย์ ลีกคัพ : 2008–09
แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก : 2008–09
แชมป์ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ : 2009
แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก : 2009

นิวยอร์ก เรดบูลส์
แชมป์เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ฝั่งตะวันออก : 2010, 2013
แชมป์ MLS Supporters’ Shield : 2013

ทีมชาติฝรั่งเศส 
แชมป์ฟุตบอลโลก : 1998
แชมป์ฟุตบอลยุโรป : 2000
แชมป์คอนเฟเดอเรชั่น คัพ : 2003
แชมป์ถ้วยฮัสซานที่ 2 : 2000



ประวัติการได้แชมป์ ของทีม อาร์ข้อมูลส่วนตัวชื่อเต็มเดนนิส นิโคลาส มาเรีย เบิร์กแคมป์วันเกิด10 พฤษภาคม ค.ศ. 1969 (อายุ 39 ปี)สถานที่เกิดอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ส่วนสูง1.83 ม. (6 ฟุต 0 นิ้ว)ฉายาIceberg (เพชฌฆาตภูเขาน้ำแข็ง)ตำแหน่ง

กองหน้า

สโมสรอาชีพ*ปีสโมสรลงเล่น

(ประตู)1986-1993

1993-1995

1995-2006อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

อินเตอร์ มิลาน

อาร์เซนอล185 (122)

52 (11)

315 (87)ทีมชาติ1990-2000เนเธอร์แลนด์079 (37)

เดนนิส เบิร์กแคมป์ (Dennis Bergkamp) มีชื่อเต็มว่า เดนนิส นิโคลาส มาเรีย เบิร์กแคมป์ (Dennis Nicolaas Maria Bergkamp) เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภา พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยชื่อ เดนนิส นั้น เป็นชื่อที่พ่อตั้งให้ โดยมาจาก เดนนิส ลอว์ อดีตกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสร อาเเจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม บ้านเกิด จากนั้นจึงย้ายไปสโมสรอินเตอร์ มิลานที่อิตาลี เมื่อฤดูร้อนปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) 

ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) ในนัดที่เนเธอร์แลนด์แพ้อิตาลีในบ้านไป 0:1 

เดนนิส เบิร์กแคมป์ ย้ายไปที่เล่นที่อังกฤษกับสโมสรอาร์เซนอล และกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม ในตำแหน่งกองหน้า เมื่อสามารถทำพาทีมเป็นดับเบิลแชมป์โดยครองทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟ เอ คัพ ในปี ฤดูกาล 1997 - 1998 รวมทั้งได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษในปี ค.ศ. 1998 ด้วย ซึ่งในช่วงเวลานั้น อาร์เซนอลประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด จนกลายมาเป็นทีมชั้นนำทีมหนึ่งของเกาะอังกฤษ เทียบเท่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ซึ่งในฤดูกาลที่ 2001 - 2002 อาร์เซนอลก็ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จนกระทั้งเมื่อฤดูกาล 2003-04 เบิร์กแคมป์ เป็นส่วนสำคัญในการพาทีม"ปืนใหญ่"อาร์เซนอล ไม่พ่ายแพ้ทีมใดใน 49 นัด และคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพมาครอบครองอย่างงดงาม 

เดนนิส เบิร์กแคมป์ ประกาศแขวนสตั๊ด เมื่อ ปี 2006 

หลังจากที่รับใช้ทีมมา 11 ปี 432 แมทช์ และ ยิงไป 120 ประตู แล้วได้กลายเป็นตำนานไปในที่สุด 

และได้มีการจัด แมตช์อำลา “ไอซ์เบิร์ก” เดนนิส เบิร์กแคมป์ สุดอลังการ ตำนานนักเตะอาร์เซน่อล และ อาแจ็กซ์ อย่าง เอียน ไรท์,มาร์โก แวน บาสเท่น รวมไปถึงอดีต “นักเตะเทวดา” โยฮัน ครัฟฟ์ และอดีตดาวดังของทั้งสองทีมร่วมเตะอำลากันอย่างคับคั่ง ก่อน “ปืนใหญ่” จะเฉือนชนะไป2-1 เรียกความประทับใจให้กับคนดูอย่างสุดซึ้ง ในแมตช์ ฟุตบอลเทสติโมเนี่ยนแมตช์ของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม คืนวันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 

เซนอล Arsenal

European Cup Winners Cup

แชมป์ : 1993–94

Inter-Cities Fairs Cup

แชมป์ :1969–70

FA Cup

แชมป์ : 1930, 1936, 1950, 1971, 1979, 1993, 1998, 2002, 2003, 2005, 2014

Football League Cup

แชมป์ : 1987, 1993

FA Charity Shield

แชมป์ : 1930, 1931, 1933, 1934, 1938, 1948, 1953, 1991 (shared), 1998, 1999, 2002, 2004

Premier League :

แชมป์ 1930–31, 1932–33, 1933–34, 1934–35, 1937–38, 1947–48, 1952–53, 1970–71, 1988–89, 1990–91, 1997–98, 2001–02, 2003–04

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

  วิดีโอตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับสโมสรอาเซนอล